รองเท้ากับความรัก....

posted on 29 Oct 2007 20:16 by jiewriew-saikim

รองเท้ากับความรัก

 

 

 

รองเท้าแตะขายตามร้านทั่วไป สวยดี บางทีแค่มองผ่านๆ

รองเท้าบางคู่ดูภายนอกตลก  {เช่น รองเท้าจระเข้  ขิมเคยมีตอนเด็กๆ}

รองเท้าตามโรงแรม   เปลี่ยนคนใส่ไปเรื่อยๆ

รองเท้าที่เหมาะกับเราหาไม่ยากและหาไม่ง่าย

แต่แน่ๆๆๆ   คุนจะรู้ว่ารองเท้าคู่นั้นเหมาะกับเราหรือไม่  ก็ต้องลองใส่มันดู

อย่าเลย........อย่าพยายามเดินเท้าเปล่าเลย
บนถนนที่คุนจะเดินไปมีอุปสรรคมากมาย
เจ็บเท้าเปล่าๆๆ

[บ่น by สายขิม ]  ใครขโมยคอนเวิร์ดพี่เราไป  เอามาคืนเลยนะ สีก็ชมพู้  ชมพู แถม โคตรเน่าเลย เอาไปได้ไง
 [โอ้ย!!!!!หินทิ่มตรีน] - บอกแล้วไม่เชื่อให้ใส่รองเท้า

 

ปรึกษาปัญหาได้นะจ๊ะ  ทุกเพศ  ทุกวัยเลยเจ้าค่ะ

edit @ 31 Oct 2007 18:52:09 by ยัยสาวกพั้นช์

เวลากับนาฬิกา  แตกต่างแต่เติมเต็ม

 

 

 

เวลา...เดินไปข้างหน้า
นาฬิกา...เดินอยู่ที่เก่า
เวลา...ไม่อาจย้อยกลับ
นาฬิกา...สามารถหมุนย้อนกลับได้
เวลา...ได้มาฟรีๆไม่ต้องแลกอะไร
นาฬิกา...ยิ่งสวยยิ่งแพงต้องใช้เงินซื้อมาทั้งนั้น
แล้วอย่างนี้มันจะคู่กันได้ยังไง   ในเมื่อมันแตกต่างกันเหลือเกิน
ถามหน่อย...ถ้าไม่มีนาฬิกาแล้วจะรู้เวลามั้ย?
หรือถ้ามีแต่นาฬิกา แต่ไม่รู้จักเวลา จะมีประโยชน์อะไร
ถึง 2 สิ่งจะแตกต่างกัน  แต่ถ้ามันคู่กันแล้ว
ย่อมมีจุดร่วมกันเสมอ  เพียงแต่จะมองเห็นมันรึป่าว?
ฉันกับเค้า...อาจไม่มีอะไรที่เหมือนกัน
ฉันกับเค้า...มีความคิดและวิถีชีวิตต่างกัน
ฉันกับเค้า...อาจเดินกันคนละเส้นทาง
ฉันกับเค้า....อาจมีความฝันที่ห่างไกลกัน
ฉัน...อาจเหมือนกับเวลา ที่ชอบเดินไปข้างหน้า
หาสิ่งใหม่ที่ท้าทาย   โดยทิ้งหลายสิ่งไว้ข้างหลัง

เค้า...อาจเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังเป็นแบบเดิมๆ
ฉันอาจไม่พบเค้าเลย ถ้าฉันยังดึงดันมองแต่ข้างหน้า
ฉันอาจไม่พบกับเค้าเลย  ถ้าฉันไม่มองไปข้างหลัง
เค้ายังไม่เห็นฉัน เพราะเค้ายังอยู่แบบเดิมๆ
เค้ายังไม่เห็นฉัน  เพราะเค้ายังก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของเค้าไป

แต่ฉันยังเฝ้ามอง  เฝ้ารอ...
ความแตกต่าง  อาจสร้างกำแพงบังเค้าไว้
แต่ฉันยังเชื่อมั่นว่า ซักวัน สิ่งนั้นแหละ
ที่จะเชื่อมโยงใจเราเข้าหากัน
ความแตกต่าง   จะเติมเต็มส่วนที่เราขาดหายไป
และสุดท้าย  ก็จะเหลือเพียงคำว่า  " กันและกัน "


- ข้อความนี้ขิมไปขโมย ของเพื่อนมา มันไม่ว่าอะไรเลยเอามาลง 55+
 ซึ่งจิงๆแล้วขิมคงเป็นนาฬิกาที่ยังรอเวลามาเติมเต็มอะค่ะ 
 รอไปซักวันหนึ่ง"เจ้าเวลา"หน้าตาหล่อๆ[ นิสนึง ] คงเดินมาและมาอยู่คู่กันเอง

[บ่น by สายขิม] เฮ้ย!!!ไอ้เจ้าเวลา จะมาก็มาได้แล้ว รอนาน เบื่อโว้ย ใจเหี่ยวหมด รีบๆมานะ

มันเหมาะกับสถานการณ์ที่นี่และประเทสเรามากนะคะ ลองอ่านกันดูนะ
รักกันไว้ดีกว่าค่ะ

-------

ความสุขของพระมหากษัตริย์ ++++ หนึ่งปีที่ผ่านมา...... 
 

>>
>>
>>เราใส่เสื้อเหลือง
>>
>>เราใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง
>>
>>คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม
>>เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที
>>
>>วันนั้น
>>ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์
>>เป็นประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ
ประเทศหนึ่ง
>>ทีคนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรีและพระมหากษัตริย์อันทรง
>เป็น
>>ที่รักยิ่งของคนไทย
>>
>>.....สิบสองปีที่ผ่านมา......
>> 
>>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรหนักด้วยโรคหัวใจเพราะทรงงานหนักเกิน
>>ไป ในขณะเดียวกัน สมเด็จพระราชชนนีก็ทรงพระประชวรหนักอยู่ ณ
>>โรงพยาบาลศิริราชเช่น
>>กัน
>>
>>เรายังจำรูปในหนังสือพิมพ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนิน
>>ไปทรงเยี่ยมพระราชชนนีไม่กี่วันหลังจากการผ่าตัดใหญ่ถวาย
>>พระหัตถ์ข้างหนึ่ง
>>กุมอยู่ที่พระอุระ และในพระหัตถ์อีกข้างหนึ่งทรงถือม้วนแผนที่กรุงเทพฯ
>>เพราะน้ำกำลังท่วม
>>กรุงอยู่
>>
>>ยังจำกันได้ไหม ?
>> 
>>..... 34
ปีที่ผ่านมา.....
>>
>>วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516
>>เป็นครั้งแรกในรัชกาลที่เกิดวิกฤติด้านการเมือง
>>รุนแรงที่สุด
>> 
>>วันนั้น นิสิตนักศึกษาและประชาชนนับหมื่นนับแสนเดินขบวนประท้วงรัฐบาล
>>เหตุการณ์ร้ายแรงยิ่งขึ้น ตำรวจทหารยิงประชาชน
>>ในขณะที่นิสิตนักศึกษาก็เผาสถานที่ราชการ เกิดกลียุคทุกหย่อมหญ้า
>>คนไทยฆ่าคนไทยด้วยกันเอง
>> 
>>คืนนั้น สถานีโทรทัศน์ทุกช่องถ่ายทอดสดจากพระราชวังสวนจิตรลดา
>>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสกันคนไทยทุกคนว่า “
>>คนไทยจะฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ได้ ทุกอย่างต้องสงบโดยฉับพลัน ”
>> 
>>และทุกอย่างก็สงบโดยฉับพลัน
>> 
>>หลังจากนั้นไม่นาน มีฝรั่งคนหนึ่งมาถามผมว่า “ เป็นไปได้อย่างไร
>>ที่คนๆ เดียวจะมีอำนาจเหนือคนทั้งประเทศได้อย่างนั้น?”
>>
>>ผมไม่ได้ตอบ แต่ตอนนั้นใจผมคิดถึงประโยค
>>ที่ มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมชฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BBC ว่า
>>พระองค์ทรงเป็น "SOUL OF THE NATION" หรือ “
>>จิตวิญญาณของคนไทยทั้งชาติ ”
>> 
>>ยังจำกันได้ ไหม ?
>>  
>>แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
>>
>>เราสร้างค่านิยมผิดๆ ว่าคนที่ประสบความสำเร็จคือคนที่มีเงินมากที่สุด
>>
>>เราโกงทุกครั้งที่มีโอกาส
>>
>>เราเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคิดถึงแต่ “ สิทธิ ” แต่ลืมคำว่า “ หน้าที่ ”
>>
>>เรากำลังฆ่ากันเองทุกวันในภาคใต้
>>
>>เราสร้าง “ กฎหมู่ ” ให้เหนือ “ กฎหมาย ”
>>
>>เราเดินขบวนประท้วงในทุกอย่างที่เราไม่เห็นด้วย
>>
>>เราก้าวร้าวต่อกัน เราแตกแยกกัน
>>
>>และทั้งโลกกำลังจับตามองเราอยู่
>> 
>>เราเคยหยุดคิดกันบ้างไหมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
>>จะทรงเสียพระทัยเพียงใด ?
>> 
>>80 ชันษาของพระองค์ท่าน
>>หากเปรียบกับคนธรรมดาก็สมควรที่จะได้พักเต็มที่
>>ได้รับการดูแลและระมัดระวังเป็น
>>พิเศษ ไม่สมควรที่จะตรากตรำทำงานหนัก หรือกระทบกระเทือนใจแต่อย่างใด
>> 
>>แต่กลับเป็นว่า ในปีที่ครบ 80 ชันษาของพระองค์
>>ท่านยังต้องทรงงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ
>>ที่ทรงต้องอยู่ภายใต้การถวายการดูแลของคณะ
>>แพทย์
>> 
>>พระองค์ต้องรับทุกข์ของคนไทยทั้งชาติ
>>
>>ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้
>>ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงาม แห่ล้อมด้วยข้าราชบริพาร
>>
>>หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ
>>เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความพอเพียง และมีสติ
>>เพียงเท่านี้เอง
>>
>>แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่ ?
>>
>>หรือนี่คือการแสดงความกตเวทีต่อพระมหากษัตริย์ของเรา ?
>>
>>ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ฉบับนี้มา อยากให้ทุกคนได้อ่านนะคะ
>>ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเขียน
แต่ยังไงก็อยากขอบคุณ
>>ที่ช่วยเตือนสติคนไทยทุกคนให้หันกลับมามองตัวเองบ้าง
>> 
>>ขอบคุณนะคะ

ขอบคุณผู้เขียนบทความนี้มากเลยค่ะ   เตือนสติได้ดีมากเลยค่ะ
ขิมไปเซฟมาจากเว็ป อ่าค่ะ........คิดดูสิคะ......
 ว่าวันนี้คุณจะทำอะไรเพื่อ พ่อหลวงของเรา 

 

 

 

 

 

CHELSEA สุดยอดทีมในดวงใจ

posted on 26 Oct 2007 16:30 by jiewriew-saikim

ชื่อเต็ม

 

Chelsea Football Club

ฉายา

The Blues, The Pensioners

ก่อตั้ง

14 มีนาคม พ.ศ. 2448

สนาม

สแตมฟอร์ดบริดจ์
ลอนดอน

ความจุ

42,055 คน

ประธาน

บรูซ บัค (เจ้าของ โรมัน อบราโมวิช)

ผู้จัดการ

อัฟราม แกรนท์

ลีก

เอฟเอ พรีเมียร์ลีก

2006-07

พรีเมียร์ลีก อันดับที่ 2

หลังการเข้าซื้อกิจการของมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย โรมัน อบราโมวิช ทางทีมมี โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีม จนถึงวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550 มูรินโญ่ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง หลังจากทำผลงานไม่ดี 3 นัดติดต่อกัน แพ้ แอสตันวิลลา 0-2 เสมอแบล็กเบิร์นโรเวอร์ส 0-0 และไล่ตีเสมอโรเซนบอร์ก 1-1 [1]

ผลงาน

  • แชมป์เอฟเอ พรีเมียร์ลีก และฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง: 3 ครั้ง
    • 1955, 2005, 2006
  • ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 2 ครั้ง
    • 1984, 1989
  • เอฟเอคัพ: 4 ครั้ง
    • 1970, 1977, 2000, 2007
  • ลีกคัพ: 4 ครั้ง
    • 1965, 1998, 2005, 2007
  • ชาริตีชิลด์
    • 1956, 2000, 2005
  • Full Members' Cup
    • 1986, 1990
  • ยูฟ่า คัพวินเนอร์สคัพ
    • 1971, 1998
  • UEFA Super Cup
    • 1998
  • FA Youth Cup
    • 1960, 1961
  • ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
    • สูงสุด รอบรองชนะเลิศ 2004, 2005, 2007